คุณไพน์ทวี  ศิลปวาณิชย์
 
 

เรียน Gold Card, Grammar 2 ครั้ง, Multi-English Skills 5 ครั้ง, Structure 1 ครั้ง, Writing 2 ครั้ง, Conversation 3 ครั้ง, Business English 1 ครั้ง และ GMAT 1 ครั้ง

คุณไพน์ทวี ศิลปวาณิชย์ สอบ TOEFL iBT ได้คะแนน 102 iBT เทียบเท่า 610 PBT
 
:: แนะนำตัวหน่อยครับ? ::
“ ชื่อไพน์ทวี  ศิลปวาณิชย์ครับ ”
 
 
:: เรียนจบจากที่ไหนครับ? ::
“ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองครับ
 
 
:: ก่อนมาเรียนภาษาอังกฤษที่ Fast English ให้ตัวเองกี่คะแนนครับ? ::
“ ให้ตัวเอง 3-4 คะแนนครับ ตอนก่อนเรียนคิดว่าตัวเองเก่งกว่านั้นครับ แต่พอมาเรียนที่ Fast English จึงรู้เลยว่าพื้นฐานอ่อนครับ ”
 
 
:: สอบ TOEFL ครั้งแรกได้กี่คะแนนครับ? ::
“ สอบ TOEFL ครั้งแรกได้ 94 คะแนนครับ ครั้งที่ 2 ได้ 93 คะแนน ครั้งที่ 3 ได้ 92 คะแนน และสอบครั้งที่ 4 ได้ 102 คะแนนครับ ”
 
 
:: ทำอย่างไรถึงได้คะแนนเยอะครับ? ::
“ ครั้งแรกอยากไปลองสอบดูครับ เพราะตอนนั้นเรียนจบ Gold Card แล้ว แต่ครั้งสุดท้ายที่ไปสอบผมตั้งเป้าไว้ว่าจะถ้าเกิดสอบครั้งนี้จะให้โอกาสตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ทำคะแนนได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นครับ เพราะความรู้ตอนที่เรียนที่ Fast English ก็แข็งแรงแล้วระดับหนึ่งแล้ว เหลือเรื่องเทคนิคในการสอบว่าจะทำอย่างไรให้คะแนนแต่ละ Part สูงขึ้นครับ ครั้งแรกของผม ผมรู้สึกว่า Reading เป็น Part แรกที่เราจะสอบและเรามีสมาธิเต็มร้อย เพราะเราเพิ่งสอบเป็น Part แรก ฉะนั้น ทำอย่างไรก็ได้ให้คะแนน Part Reading ขึ้นไปให้มากที่สุดครับ ”
 
 
:: Reading เต็ม 30 คะแนนสอบได้กี่คะแนนครับ? ::
“ สอบได้ 28 คะแนนครับ ”
 
 
:: มีเทคนิคอะไรครับ? ::
“ ผมพยายามอ่านพวกบทความที่เป็นภาษาอังกฤษและติดตามเพจใน Facebook ที่เขาเผยแพร่ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษครับ เพื่อให้ชีวิตประจำวันมีภาษาอังกฤษผ่านตาอยู่ตลอดเวลา และการอ่านอย่างเดียวไม่พอครับต้องมีทักษะการฟังเพิ่มขึ้นด้วย ผมจะฟังทุกอย่างครับ เช่น ฟังเพลง ดูซีรีย์ ดูโทรทัศน์ ดูรายการภาษาอังกฤษครับ ”
 
 
:: ทำอย่างไรถึงจำคำศัพท์ได้ครับ? ::
“ ผมเข้าเรียนคอร์ส Vocaburary ซ้ำๆ ครับ เพราะไม่ชอบกลับมาทบทวนเอง ก็เลยอาศัยการเข้าเรียนบ่อยๆ ทำให้จำคำศัพท์และตัวอย่างที่อาจารย์สอนได้ครับ ”
 
 
:: นอกจากการอ่านเยอะๆ และฟังบ่อยๆ มีเทคนิคอะไรเพิ่มอีกไหมครับ? ::
“ การอ่านสำคัญครับ ในการสอบเราจะมีเวลาอ่านน้อยครับประมาณ 20 นาที เราต้องอ่านแล้วตีความเป็นภาพไปเรื่อยๆ เพราะเราจะไม่สามารถมาไฮไลท์ประโยคได้เหมือนในหนังสือที่เราทำ ต้องใช้ภาพในการอ่านไม่งั้นจะทำข้อสอบไม่ทันครับ ”
 
 
:: Listening เต็ม 30 คะแนนสอบได้กี่คะแนนครับ? ::
“ สอบได้ 27 คะแนนครับ ”
 
 
:: มีเทคนิคอะไรในการทำ Listening ครับ? ::
“ อย่างที่บอกครับ พยายามฟังทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเป็นภาษาอังกฤษครับ ผมชอบดูรายการ Talk Show ของต่างประเทศซึ่งเขาจะอัพเดทบ่อยมาก พิธีกรก็พูดชัดมากเช่นกันครับ ตอบสอบแรกๆ จะมีปัญหาในส่วนของ Conversation ใน Part ของ Listening ที่ฟังไม่ค่อยออก เพราะเขาพูดกันเร็ว ผมก็พยายามดูซีรีย์ที่มีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อดูว่าสิ่งที่เราได้ยินนั้นตรงกับสิ่งที่เราคิดหรือไม่ครับ ”
 
 
:: Writing เต็ม 30 คะแนนสอบได้กี่คะแนนครับ? ::
“ สอบได้ 24 คะแนนครับ ”
 
 
:: ช่วยบอกเทคนิคหน่อยครับ? ::
“ Grammar ต้องแข็งแรงครับก่อนครับ เพราะว่าทุกอย่างมันเกี่ยวโยงกันหมด และ Grammar สำคัญที่สุดในการเขียนครับ ซึ่งผมเรียนคอร์ส Writing ของอาจารย์อนุสร 2 ครั้งครับ ”
 
 
:: มีตรงไหนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมไหมครับ? ::
“ เรื่องความตื่นเต้นครับ ทำให้ส่งผลไปถึงไอเดียที่จะเขียน ครั้งล่าสุดที่สอบคือพิมพ์จนเวลาหมดแล้วยังไม่รู้ตัว ทำให้ไม่สามารถสรุป (summarize) สิ่งที่พิมพ์ได้ครับ ตอนออกจากห้องสอบก็คิดว่าครั้งนี้ไม่น่าจะถึง 100 คะแนนเพราะเราขาดส่วนนี้ไปครับ ”
 
 
:: Speaking เต็ม 30 คะแนนสอบได้กี่คะแนนครับ? ::
“ สอบได้ 23 คะแนนครับ ”
 
 
:: ทำอย่างไรจึงพูดได้ และมีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขครับ? ::
“ Speaking ต้องแข่งกับเวลาครับ เขาจะให้ข้อมูลมาเกินเวลาที่เราจะสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นการที่เราฝึกสรุป หรือฝึกอ่านจากของอาจารย์ เพราะของอาจารย์เป็นตัวอย่างที่สรุปย่อความมาแล้ว ส่วนตอนสอบต้องมีการปรับเล็กปรับน้อยเพราะข้อสอบเป็นข้อมูลใหม่ที่เราไม่เคยเจอ อยู่ที่เราว่าจะสามารถตัดหรือเลือกอันไหนได้ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนครับ ใน Part Speaking การฟังก็สำคัญมากครับ เพราะว่าโจทย์หรือข้อมูลต่างๆ เขาจะพูดให้เราฟัง ถ้าเราฟังไม่ทัน หรือฟังไม่ออกเราก็ไม่สามารถเอาข้อมูลมาเชื่อมต่อกันได้ครับ ”
 
 

 

 

 
 
 
 
 
Copyright © 2017 Fast English.
All Rights Reserved.
@