อาหารอาจเป็นยาหรือยาพิษ...แล้วแต่คุณเลือก
 
 
 
        บทความนี้สรุปประเด็นจากหนังสือเรื่อง The South Beach Diet แต่งโดย Arthur Agatston ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจที่มีชื่อเสียงของ University of Miami ผู้แต่งเขียนบทความทางวิชาการมากมายซึ่งถูกตีพิมพ์มาแล้วกว่าร้อยฉบับ บทความนี้นำเสนอวิธีการรับประทานอาหารให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคร้ายคุกคามเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน เป็นต้น
 
โดยมีใจความสำคัญดังต่อไปนี้  
        การรับประทานอย่างไม่ถูกต้องนำไปสู่โรคต่างๆ ได้อย่างไร โดยธรรมชาติอาหารที่มนุษย์รับประทานเข้าไปจะถูกแปรสภาพให้เป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวโดยอินซูลินจากตับอ่อนจะทำหน้าที่ดึงน้ำตาลดังกล่าวจากกระแสเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อ ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือรับประทานในปริมาณมากจนเป็นนิสัย ตับอ่อนจะทำงานหนักทำให้อินซูลินที่ผลิตออกมาจีงด้อยคุณภาพหรือมีปริมาณที่ลดน้อยลงไม่เพียงพอกับปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ เมื่อน้ำตาลไม่สามารถถูกดูดซึมได้มันก็จะท่วมอยู่ในกระแสเลือด หากเป็นเช่นนี้เป็นประจำเราก็จะเป็นโรคเบาหวาน เมื่อเลือดมีปริมาณน้ำตาลสูงเลือดจะข้นและไหลเวียนไม่สะดวก ร่างกายจึงต้องพยายามเพิ่มแรงดันของเลือดให้สูงขึ้นเสียจนกระทั่งบางครั้งผนังหลอดเลือดเกิดการฉีกขาด ในขณะเดียวกันร่างกายจะส่งคลอเลสเตอรอลจะมาสมานผนังหลอดเลือดที่ยิ่งฉีกขาดนั้น ทำให้หลอดเลือดแคบลงและเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ท่อที่แคบลงเท่าไรแรงดันในท่อก็ยิ่งสูงเพิ่มขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น เราจึงเป็นโรคความดันโลหิตสูงตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนั้น ถ้าเส้นเลือดบางส่วนตีบตันมากจนเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่ได้ เนื้อเยื่อและเส้นประสาทบริเวณนั้นก็จะตาย  ถ้าเกิดขึ้นกับเส้นเลือดบริเวณดวงตา ตาจะบอด และถ้าเกิดขึ้นกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เราจะมีอาการชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า สมรรถภาพทางเพศเสื่อม หรือถ้าเป็นแผลตามนิ้วมือแขนขา แผลนั้นจะหายช้าหรือไม่หายเลยและอาจลุกลามใหญ่โตจนทำให้เราต้องตัดนิ้ว ตัดแขน หรือตัดขากันเลยทีเดียว นอกจากนี้ทุกครั้งที่เส้นเลือดฉีกขาดร่างกายจะทำการซ่อมแซม ผลที่ตามมาก็คือเส้นเลือดจะขาดความยืดหยุ่นและเปราะง่ายเมื่อเจอแรงดันเลือดสูง ๆ เส้นเลือดก็จะแตก ในกรณีนี้ถ้าเกิดบริเวณสมองในส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขาเราจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ถ้าเกิดกับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เราจะเป็นโรคหัวใจหรืออาจเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตได้ในที่สุด
 
        อาการแสดงของคนที่เป็นเบาหวานคือ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลดฮวบฮาบ ไม่มีแรง ตามัว แผลไม่หาย มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า เป็นต้น เบาหวานเป็นโรคที่รักษาไม่หายและเป็นตัวชักนำโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคความดัน โรคเส้นโลหิตในสมองแตก โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต ไตวาย หัวใจวายเฉียบพลัน จากการวิจัยพบว่าปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลันเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน
 
อาหารที่ไม่ควรรับประทาน
อาหารที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคความดัน โรคมะเร็ง มีดังนี้
    1) อาหารทอด อาหารมัน เช่น มันฝรั่งทอด เฟรนช์ฟรายด์ อาหารเจที่มีน้ำมันมากเกินไป
    2) มันฝรั่งสีขาวและสีแดง ฟักทอง
    3) คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดขาว เช่น ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวเหนียวมูล ขนมปังขัดขาว ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ขนมจีน เป็นต้น
    4) ขนมหวาน เช่น ไอศกรีม ทองหยิบ ทองหยอด เค้ก คุ้กกี้ กล้วยเชื่อม ขนมเบเกอรี่ เป็นต้น 
    5) ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น กล้วย แตงโม สัปปะรด มะม่วงดิบ มะม่วงสุก ทุเรียน เป็นต้น 
    6) น้ำผลไม้สำเร็จรูป น้ำอัดลม 
    7) ไขมันอิ่มตัวและไขมันจากสัตว์ เช่น เนยเหลว มาร์การีน อาหารที่มีไขมันทรานซ์ ขาหมู หมูสามชั้น ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด เบคอน ไส้กรอก เป็นต้น
    8) อาหารปิ้งย่าง 
    9) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์เพราะมีปริมาณน้ำตาลมอลโตสสูง 
 
อาหารที่ควรรับประทาน
    1) คาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ธัญพืช แป้งไม่ขัดขาว ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ รำข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลเกรน เป็นต้น 
    2) ไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันจากถั่ว ไขมันจากปลาเพราะมีไขมันคุณภาพดี (High Density Lipoprotein:HDL) ซึ่งจะช่วยกวาดล้างไขมันคุณภาพต่ำ (Low Density Lipoprotein:LDL) และไขมันทรานซ์ (Trans fat)ได้
    3) อาหารที่มีไฟเบอร์เพราะจะย่อยช้า ช่วยให้อิ่มนาน 
    4) โปรตีนจากสัตว์ที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนจากปลาโดยเฉพาะปลาทู ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้นตลอดจนโปรตีนจากไข่ และเนื้อไก่ไม่ติดมัน  
    5) น้ำส้มสายชู มะนาวเพราะจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด 
    6) ผักที่มีไฟเบอร์สูงเช่น บร็อคโครี่ ผักคะน้า ผักสีเขียวเข้ม อะโวคาโด เป็นต้น
    7) ผลไม้ที่มีไฟเบอร์และน้ำตาลต่ำเช่น ฝรั่ง แอ๊ปเปิ้ลทั้งเปลือก ฝรั่ง ส้มที่มีเส้นใยแต่ไม่รับประทานเกินสามผลในแต่ละครั้ง
    8) โปรตีนจากพืชเช่น ถั่วอัลมอนด์ ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เต้าหู้ เป็นต้น
 
วิธีการรับประทานอาหารและปฏิบัติตตนเพื่อสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์
    - รับประทานพอประมาณ ทานพออิ่ม 
    - รับประทานเป็นเวลา ไม่ควรรอให้หิวก่อนเพราะจะทำให้รับประทานอาหารมากเกินปกติ 
    - หากจะรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ควรทานเป็นครั้งคราวในปริมาณไม่มากและไม่ควรรับประทานในช่วงเช้า          
    - ควรปรุงอาหารด้วยมะนาว 
    - ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่ำวันละ 20 นาที ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องนานกว่า 40 นาทีจะช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายได้
 
 
 

@
Copyright © 2011 เรียนภาษาอังกฤษ All Rights Reserved. 
สถาบันสอนภาษา FAST ENGLISH เรียนภาษาอังกฤษ รู้เร็วและอย่างมีหลัก เรียนภาษาอังกฤษด้วยวิธีที่จำได้ง่าย