ต้องการให้นักศึกษาได้รับการฝึกฝนทางด้าน Listening, Speaking, Reading และ Writing อย่างละเอียดถ่องแท้ พร้อมจะทำข้อสอบ TOEFL ได้ทันทีเมื่อเห็นข้อสอบภายในระยะเวลาที่จำกัด ส่วนผู้ทำงานก็จะสามารถนำ skills ทั้ง 4 ด้านไปใช้ในการพูด และเขียนเพื่อความก้าวหน้าทางการงาน การสอนจะเน้น Key concepts ในแต่ละด้านที่นักศึกษาต้องทำความรู้จัก
· Listening จะสอนวิธีการจับประเด็นสำคัญ และจะ highlight ความสำคัญของ Stress and intonation ในภาษาอังกฤษ รวมทั้งการ visualize และ feel สถานการณ์ และความรู้สึกของผู้พูด ตลอดจน techniques การจำเนื้อความของ Mini-talks และ Lecture ยาวๆ คนทำงานจะพูดกับเจ้าของภาษาได้ก็ต่อเมื่อฟังรู้เรื่อง Part นี้จะช่วยฝึกความเข้าใจในการฟัง
· Speaking นักศึกษาจะได้รับการฝึกฝนให้สามารถคิดหาประเด็นต่างๆ ที่จะพูดในระยะเวลาอันจำกัด และเรียนวิธีการเรียบเรียง ideas เพื่อให้สามารถ express ความคิดเห็นออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นระบบ และสมเหตุสมผล นอกจากนี้ นักศึกษายังได้เรียนรู้วิธีการ take note จากการอ่านหรือการฟัง และนำมาประมวลเพื่อให้สามารถพูดตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว นักศึกษาจะได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับ idiomatic expressions และ collocations ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการพูดตอบคำถามอีกด้วย
สำหรับคนทำงานสามารถนำ speaking skills ดังกล่าวไปใช้ในการพูดคุย และเจรจาโต้ตอบกับชาวต่างประเทศได้อย่างฉับพลันทันด่วน และยังสามารถนำทักษะนี้ไปใช้ในการซักถามหรือตอบคำถามในการประชุมกับชาวต่างประเทศได้อย่างเป็น professional มากยิ่งขึ้น การฝึกในส่วนนี้ยังเป็นการสะท้อนความเป็นจริงในการเรียน และการทำงาน เพราะจะต้องมีการจับประเด็นจากการอ่านหรือฟังก่อนแล้วจึงประมวลเรียบเรียงความคิดในการพูดตอบโต้ออกไป
· Reading นักศึกษาจะถูกฝึกให้สามารถสร้างภาพและความรู้สึกร่วมกับเรื่องหรือสถานการณ์ของแต่ละ passage ที่กำลังอ่านอยู่ เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นของเนื้อหาที่กำลังอ่าน นอกจากนั้น นักศึกษาจะถูกฝึกให้เดาคำศัพท์จาก context อย่างถูกต้องแม้ว่าจะไม่รู้ศัพท์นั้นเลยก็ตาม นักศึกษาจะได้รับ Vocabulary list ที่ใช้ในการออกข้อสอบที่อยู่ในรูปเอกสาร และ CD ที่อาจารย์อัดไว้ให้ เพื่อความสะดวกในการทบทวน ไม่ว่านักศึกษาจะเดินทางไปที่ใด แม้กระทั่งสามารถเปิดฟังได้ในช่วงรถติด
สำหรับคนทำงาน Reading จะช่วยในการฝึก Skills ในการอ่าน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการอ่านข้อมูลภาษาอังกฤษที่มากมายและพรั่งพรูเข้ามาอยู่เสมอ นอกจากนั้น จะได้รับคำศัพท์เพื่อใช้ในการถ่ายทอดความคิดจากภาษาไทยมาเป็นภาษาอังกฤษทั้งการพูด และการเขียน หากไม่มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษแล้ว จะไม่อาจแปลงความคิดจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษได้
· Writing นักศึกษาจะเรียนรู้เทคนิคการเขียนอย่างทรงพลัง เขียนแล้วสื่อความรู้เรื่อง ชัดเจน และน่าคล้อยตาม อาจารย์จะเน้นหลักสำคัญ 4 ประการในการเขียนคือ การจัดระบบความคิด (Organization), การหาเหตุผลมา support สิ่งที่เขียน (Development), การเขียนอย่างมีตรรก (Logic) และการประยุกต์ใช้หลักไวยากรณ์อย่างถูกต้อง(Grammar)หลักการเขียนดังกล่าวจะช่วยในการทำข้อสอบและช่วยในการเขียน e-mail, memo และ report ต่างๆ ในสำนักงาน ซึ่งตามปกติจะหาเรียนได้ยากมาก เพราะคนสอนจะต้องเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างถ่องแท้ จึงจะถ่ายทอด Writing Concepts และ comment งานเขียนของนักศึกษาได้
· Structure ผู้สอนจะสรุปกฎ grammar อย่างเฉียบขาด 25 กฎที่ใช้ในการออกข้อสอบ นักเรียนจะเห็น Map ของภาษาอังกฤษแทนที่จะเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายและไร้ทิศทาง โรงเรียนจะมี DVD ของกฎดังกล่าวให้นักศึกษาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดความจำอย่างแม่นยำและความเข้าใจอย่างถ่องแท้เท่าที่นักเรียนต้องการ การสอนในแต่ละ session จะเป็นการถามนักศึกษาว่าจะ apply กฎไหนเข้ากับโจทย์แต่ละข้อ เหมือนกับการจำสูตรพีชคณิตให้ได้ก่อนแล้วจึงนำไปประยุกต์ใช้ในการทำข้อสอบ สรุปคือจะไม่มีการอธิบายหลักของแต่ละคำถามอย่างไม่มีขอบเขต แต่วิธีนี้จะง่ายและชัดเจนสร้างความมั่นใจให้กับผู้ทำข้อสอบ
สำหรับคนทำงาน Structure 25 ข้อจะช่วยในการเรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ พูดแล้วฟังรู้เรื่อง เขียนแล้วอ่านเข้าใจ หากไม่รู้กฎ Grammar ย่อมไม่สามารถสื่อความที่ชัดเจนกับเจ้าของภาษาได้อย่างแน่นอน หรือหากพอพูดเขียนได้ ก็จะมีแต่ความไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา Structure ของ Fast English จะช่วยกำจัดความรู้สึกไม่มั่นใจให้หมดสิ้นเสริมสร้างความมั่นใจในการพูดเขียนได้อย่างงดงาม
· ในแต่ละเดือนจะมีการสอบ Pre-test ในแนวข้อสอบจริงที่สถาบัน โดยนักศึกษาคนไหนที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้รางวัลพิเศษเป็นขวัญ และกำลังใจ เช่น ตั๋วดูหนัง 2 ใบ และนักศึกษาท่านใดที่สามารถทำคะแนนได้ถึง 250 CBT ในขณะที่เรียนอยู่จะได้เงินรางวัล มูลค่าสูงถึง 10,000 บาท (ตามเงื่อนไขของสถาบัน)